EP155 เพราะวิ่งเราจึงได้รู้จักกัน. ตอน “พี่เจอรรี่ เล่าเรื่อง ประเทศเมียนมาร์”

CityTrailRunners Gang's avatarส่งโดย

EP268 หายใจทางจมูกหรือทางปากขณะวิ่ง แบบไหนดีกว่ากัน? – CityTrailTALK ซิตี้เทรลทอล์ค

วิ่งอยู่ดี ๆ แล้วต้องอ้าปากหายใจ เคยรู้สึกผิดไหมครับ เหมือนตัวเองซ้อมมาไม่พอเราถูกสอนกันมาว่า เข้าทางจมูก ออกทางปาก และถ้ายังหายใจทางจมูกได้ก็แปลว่ายังวิ่งเบาอยู่ ความเชื่อนี้ทำให้นักวิ่งหลายคนรู้สึกผิดทุกครั้งที่ต้องเปิดปากแต่จากหลักฐานที่มีอยู่ ไม่มีช่องทางหายใจแบบเดียวที่ดีที่สุดสำหรับการวิ่งทุกสถานการณ์ จมูกเหมาะกับการควบคุมความหนักและปรับสภาพอากาศ ส่วนปากเหมาะกับการเพิ่มอัตราการไหลของอากาศเมื่อร่างกายทำงานหนัก การใช้ทั้งสองทางอย่างยืดหยุ่นจึงเป็นคำตอบที่เหมาะกับนักวิ่งส่วนใหญ่ตอนนี้เราคุยกันว่าร่างกายตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร ทำไมงานวิจัยสองฝั่งที่ดูขัดกันถึงไม่ได้ขัดกันจริง และเรื่องที่นักวิ่งมองข้ามมากที่สุดคือลมหายใจออกสิ่งที่อยากให้ติดกลับบ้าน- การเปิดปากตอนวิ่งหนักไม่ใช่เทคนิคที่ผิด แต่เป็นกลไกธรรมชาติที่ลดความต้านทาน- ความรู้สึกว่าสูดเท่าไรก็ไม่เต็มปอด มักเป็นปัญหาที่การหายใจออกไม่หมด ไม่ใช่การสูดเข้าไม่พอ- จุดที่เริ่มอยากเปิดปากเป็นแค่ข้อมูลสังเกต ไม่ใช่ค่าทดแทน lactate threshold และไม่ใช่หลักฐานว่าอยู่ใน Zone 2- อย่าติดเทปปิดปากขณะวิ่ง อย่าจงใจหายใจเร็วและตื้น และอย่าใช้การกลั้นหายใจเป็นแบบฝึกทั่วไป- ยังไม่มีหลักฐานแข็งแรงว่าการฝึกหายใจทางจมูกทำให้เวลา 10K ฮาล์ฟ หรือมาราธอนดีขึ้นช่วงเวลาในตอน00:00 วิ่งแล้วต้องอ้าปาก ทำไมถึงรู้สึกผิด03:31 ไม่มีช่องทางเดียวที่ดีที่สุด05:57 จาก 10 ลิตร เป็นมากกว่า 100 ลิตรต่อนาที07:03 ท่อเล็กกับท่อใหญ่09:31 นักวิ่งเคนยา กับ Nitric Oxide11:21 หายใจออกสำคัญพอ ๆ กับหายใจเข้า13:58 หลักฐานสองฝั่งที่ดูขัดกัน16:34 10K ฮาล์ฟ มาราธอน และ Talk Test19:41 โปรแกรมเริ่มฝึก 6 ขั้น22:24 4 ข้อห้าม และอาการที่ต้องให้แพทย์ดู26:39 3 ข้อที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้28:19 สรุปปิดท้ายดูแบบมีภาพประกอบบน YouTube: [YOUTUBE_LINK]เนื้อหาตอนนี้เป็นความรู้ทั่วไปสำหรับนักวิ่ง ไม่ใช่การวินิจฉัยและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล หากมีอาการไอ หายใจมีเสียงหวีด แน่นหน้าอก หรือสมรรถนะตกผิดปกติระหว่างหรือหลังวิ่ง ควรให้แพทย์ประเมิน#CitytrailTalk #CitytrailRunners #RunningWithScience
  1. EP268 หายใจทางจมูกหรือทางปากขณะวิ่ง แบบไหนดีกว่ากัน?
  2. การวิ่งลดความต้องการทางเพศจริงหรือ? (CitytrailTalk EP267)
  3. EP266 วิธีฝึกแบบนอร์เวย์ ฉบับนักวิ่งทั่วไป: ซ้อม Threshold ให้เบาลง เพื่อไปได้ไกลกว่า
  4. EP265 วิ่งให้ถูกความหนัก ไม่ใช่แค่ถูกตัวเลข: โซน 2 ของคุณอาจไม่ใช่โซน 2 จริง
  5. ซ้อมหนักเกิน หรือแค่กินไม่พอ? | EP264

ประวัติ ประเทศพม่า
เรียบเรียงโดย โจ @jirapongl

ประธานาธิบดี: U Win Myint (อู วีน มยิน)  
เมืองหลวง: เนปิดอว์ (เนปยีดอ)
ประชากร 53 ล้านคน (ไทย=69 ล้านคน)
สกุลเงิน จ๊าด (MMK) (จั๊ต) 1 USD = 1,500 MMK
พื้นที่ (ตร.กม.) 676,552 (ประเทศไทย 513,115)
ภาษาหลัก ภาษาพม่า ภาษาชนกลุ่มน้อย
ศาสนาหลัก พุทธศาสนา
อายุขัย (ปี) ผู้ชาย=64,ผู้หญิง=69 (ผู้ชายไทย=71,ผู้หญิง=79)

ประวัติศาสตร์เรียงตาม ปี คศ. ในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง

Myanmar – Ancient Period

1057 – พระเจ้าอโนรธาสถาปนาอาณาจักรพุกาม อาณาจักรแห่งแรกของชนชาติพม่า และยอมรับนับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาท  

1287 -กองทัพชาวมองโกลของพระเจ้ากุบไลข่านตีกรุงพุกามแตกในสมัยพระเจ้านราธิหะปติ เป็นอันสิ้นสุดอาณาจักรพุกาม  

1510 –  พระเจ้าเมงจีโยสถาปนาเมืองตองอูขึ้นเป็นราชธานี รุ่งเรืองสูงสุดในยุคบุเรงนอง (1551-1581)  

1752 – พระเจ้าอลองพญา รบชนะมอญรวบรวมพม่าเป็นปึกแผ่นสมัยที่3และตั้งราชธานีที่ชเวโบ เป็นต้นราชวงศ์คองบอง ราชวงศ์สุดท้าย  

1824-26 –  อังกฤษยึดครองอินเดียได้แล้วก็รุกคืบสู่ลุ่มน้ำอิระวดี เกิดสงครามระหว่างอังกฤษ-พม่า จบลงด้วยสนธิสัญญา Yandabo พม่ายก ชายฝั่ง Arakan ที่อยู่ระหว่างเมือง Chittagong และ Cape Negrais, ให้อังกฤษ  

1852 – อังกฤษผนวกดินแดนพม่าตอนล่างรวมถึงย่างกุ้งในการแพ้สงครามของพม่าครั้งที่ 2  

1885-86 – อังกฤษชนะพม่าเด็ดขาด ยึดกรุงมัณฑะเลย์ แล้วได้ย้ายเมืองหลวงมายังกรุงย่างกุ้ง พระเจ้าสีป่อถูกส่งไปอยู่อินเดีย  

1937 – อังกฤษแยกพม่าออกจากอินเดีย ตั้งเป็นอาณานิคมในพระองค์ (Crown Colony)

ประวัติศาสตร์เรียงตาม  ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

นายพล อ่อง​ซาน

 1942 – ญี่ปุ่นเข้ายึดพม่า โดยมีกองกำลังเรียกร้องเอกราชพม่าให้การสนับสนุน (Thakins – We Burmans Association) กลุ่มนี้ต่อมากลายเป็น กลุ่ม Anti-Fascist People’s Freedom League (AFPFL) และต่อต้านการยึดครองพม่าของญี่ปุ่น หลังจากเห็นว่า ญี่ปุ่นไม่จริงจังจะช่วยพม่าให้มีเอกราชจากอังกฤษ  

1945 – สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง อังกฤษปลดปล่อยพม่าจากญี่ปุ่นด้วยความช่วยเหลือจาก AFPFL โดยมีนายพล Aung San เป็นแกนนำ  

1947 นายพล Aung San พร้อมด้วยกลุ่ม AFPFL กลุ่มสมาคมในพม่าและผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ได้จัดการประชุมเพื่อวางแนวทางในการก่อตั้งประเทศพม่า การประชุมดังกล่าวรู้จักกันในชื่อ “การประชุมเวียงปางหลวง” (Panglong Agreement) ◦สาระสำคัญของการประชุมคือ ภายใน 10 ปีหลังจากที่ก่อตั้งประเทศพม่า กลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ชาวพม่า (อาทิ ไทยใหญ่, กะเหรี่ยง, กะซิน) สามารถแยกตัวจากพม่า และจัดตั้งประเทศอิสระเป็นของตนเองได้  

1947 – Aung San กับสหายรัฐมนตรี 6 คนถูกสังหารโดยคนของ U Saw ฝ่ายตรงข้ามแนวคิดชาตินิยม U Nu ขึ้นเป็นหัวหน้า AFPFL แทน Aung San

ประวัติศาสตร์เรียงตาม  ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หลังประกาศอิสระภาพ

เจดีย์ ชเว ดากอง เมือง ร่างกุ้ง

 1948 – พม่าได้รับเอกราช U Nu ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก  

1950s – U Nu ร่วมกับนานาประเทศได้แก่ อินเดีย อินโดนีเซีย ยูโกสลาเวีย อิยิปต์ ก่อตั้งกลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (Movement of Non-Aligned States – NAM)  

1958-60 – เกิดความแตกแยกใน AFPFL  U Nu ไม่สามารถจัดการได้ จึงเชิญนายพลเนวิน ผู้นำกองทัพเข้ามาเป็นรัฐบาลรักษาการชั่วคราว ก่อนมีการเลือกตั้งในปี

1960  1960 – U Nu ชนะการเลือกตั้ง แต่นโยบายทางศาสนาและชนกลุ่มน้อยสร้างความไม่พอใจให้กองทัพ

เมียนมาร์ – ยุคมืด – ฝ่ายเดียว รัฐนำโดยทหาร

 1962 – นายพล Ne Win ทำรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาล U Nu ฉีกรัฐธรรมนูญ สถาปนาการปกครองแบบเผด็จการ ใช้นโยบายเศรษฐกิจแบบ สังคมนิยมแบบพม่า ยึดกิจการเป็นของรัฐ ลดการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จนได้ฉายา “ฤๅษีแห่งเอเชีย

1974 – รัฐธรรมนูญใหม่มีผลบังคับใช้ อำนาจการปกครองโอนถ่ายให้กับสภาประชาชนที่นำโดย Ne Win  และคณะทหาร

1975 – ชนกลุ่มน้อยที่เคลื่อนไหวแบบกองโจรร่วมกันก่อตั้งแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ ต่อสู้กับรัฐบาล (National Democratic Front)

1981 – Ne Win ลงจากตำแหน่งประธานาธิบดี แต่ไปนั่งตำแหน่งประธานพรรคโครงการสังคมนิยมพม่า (Burma Socialist Programme Party) ให้นาย San Yu ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน

1982 –  รัฐบาลทหารพม่าออกกฎหมายสัญชาติ กำหนดสถานะประชากร 1) พลเมืองพม่า 2) พลเมืองผู้อาศัย และ 3) พลเมืองแปลงสัญชาติ เฉพาะพลเมืองพม่าเท่านั้นที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและข้าราชการได้ โดยมุสลิมโรฮิงญานั้นไม่จัดเป็นพลเมืองของพม่าทั้ง 3 สถานะ ทำให้ไม่สามารถได้รับการช่วยเหลือหรือทำธุรกรรมกับรัฐได้

นายพล เนวิน

เมียนมาร์ – การจลาจลและการต่อต้าน

 1987 – รัฐบาลออกธนบัตรใบละ 90 จ๊าต 45 จ๊าต 35 จ๊าต 25 จ๊าต แล้วก็ก็ประกาศยกเลิกธนบัตรเหล่านี้ โดยไม่มีการรับแลกคืน เท่ากับเป็นการปล้นประชาชน เงินพม่าจึงไม่มีใครเชื่อถืออีกต่อไป เป็นจุดที่ทำให้เริ่มเกิดการประท้วงรัฐบาล  

1988 – ประชาชนเริ่มไม่พอใจออกมาประท้วงจน Ne Win ลาออก แต่ก็ยังเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในเหตุการณ์ “8888 uprising” ในวันที่ 8.8.1988 ประชาชนนับล้านออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลโดยมีบุคคลที่มี่บทบาทสำคัญในการประท้วงคือ นาง Aung San Suu Kyi บุตรสาวนายพล Aung San เกิดการยึดอำนาจโดยกลุ่มทหารที่นำโดยนายพลซอหม่อง (Saw Muang) ในนามคณะรักษากฎระเบียบและความสงบแห่งรัฐ (The State Law and Order Restoration Council – SLORC)  

1989 – SLORC ออกกฎอัยการศึก จับประชาชนนับพันที่เรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน เปลี่ยนชื่อเมืองหลวงจาก Rangoon เป็น Yangon กักขังนาง Aung San Suu Kyi ผู้นำพรรค NLD ไว้ในบ้าน (House arrest) แต่ก็สัญญาจะคืนอำนาจให้แก่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และจะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1990

นายพลซอหม่อง (Saw Muang) ในนามคณะรักษากฎระเบียบและความสงบแห่งรัฐ (SLORC)

เมียนมาร์ – อองซานซูจี ผู้นำ พรรค NLD

 1990 – พรรคสันนิบาตชาติเพื่อประชาธิปไตย (National League for Democracy – NLD) ชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย แต่ SLORC ล้มผลการเลือกตั้ง  

1991 – Aung San Suu Kyi ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จาการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยโดยไม่ใช้ความรุนแรง  

1992 – นายพล Than Shwe ขึ้นดำรงตำแหน่งประธาน SLORC นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกลาโหม แทน Saw Maung มีการปล่อยนักโทษการเมืองเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นในสายตาต่างประเทศ  

1995 – Aung San Suu Kyi ถูกปล่อยตัวหลังการกับขังในบ้านมานาน 6 ปี  

1996 – Aung San Suu Kyi เข้าร่วมประชุมพรรค NLD ครั้งแรก แต่ SLORC ให้มีการจับตัวตัวแทนพรรค 200 คนระหว่างการเดินทางไปประชุม  

1997 – ASEAN รับพม่าเข้าเป็นสมาชิก SLORC เปลี่ยนชื่อเป็น State Peace and Development Council (SPDC).

 1998 – SPDC ปล่อยตัว สมาชิก NLD  300 คนออกจาคุก  

2000 – Aung San Suu Kyi เริ่มต้นเจรจากับ SPDC เริ่มมีการอนุญาตให้เคลื่อนไหวทางการเมืองได้  

2001 – มีการปล่อยตัวนักโทษการเมืองกว่า 200 คน  2001 – นายกรัฐมนตรีไทย ประธานาธิบดีจีน เยือนพม่า สนับสนุนการพัฒนาประเทศของพม่า  

2002 – Aung San Suu ได้รับการปล่อยตัวจากการกักขังในบ้านมานานกว่า 20 เดือน  

2003 – Khin Nyunt ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี  และเสนอจัดประชุมร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นเส้นทางนำไปสู่ประชาธิปไตย สมาชิกอาวุโสพรรค NLD 5 คนได้รับการปล่อยตัวหลังการเยือนของทูตด้านสิทธิมนุษยชนของ UN  

2004  – รัฐบาลบรรลุการเจรจาหยุดการเผชิญหน้ากับสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union) เริ่มการประชุมร่างรัฐธรรมนูญ แต่ NLD ประท้วงไม่เข้าร่วม เนื่องจาก Aung San Suu Kyi ถูกกักขังในบ้านพักอีกครั้ง Khin Nyunt ถูกปลดและถูกจับขังในบ้าน

พณฯ พลเอก ทันฉ่วย
พลเอก ขิ่น นุ้น

เมียนมาร์ – รัฐบาลทหารเข้าครอบงำ

 2005 – พม่าย้ายเมืองหลวงไปที่ Nay Pyi Taw  

2007 – เกิดเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า “การปฏิวัติร่มกาสาวพัสตร์” (Saffron Revolution) เมื่อมีพระสงฆ์ แม่ชี และประชาชนพม่านับแสนคน ออกมาชุมนุมประท้วงรัฐบาลนายพลตานฉ่วย รัฐบาลยอมให้มีการเลือกตังในปี 2010  

2008 – พม่าเปลี่ยนชื่อประเทศเป็น Myanmar รัฐบาลเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญที่ให้ทหารมีที่นั่งในสภาถึง 1 ใน 4 และห้ามการดำรงตำแหน่งทางการเมืองของนาง Aung San Suu Kyi  2008 May – Cyclone Nargis ถล่มพื้นที่ตอนล่างของลุ่มแม่น้ำอิรวดี มีผู้เสียชีวิตถึง 134,000 แต่รัฐบาลยังคงทำประชามติ มีผู้เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ 92%  

2009 – Aung San Suu Kyi เริ่มเจรจากับผู้นำทหารอีกครั้ง และได้รับอนุญาตให้พบทูตต่างชาติได้  

2010 – Union Solidarity and Development Party (USDP) พรรคที่มีทหารหนุนหลัง ชนะการเลือกตั้ง Aung San Suu Kyi ได้รับการปล่อยตัวจากการกักขังในบ้าน  

 2011 – Thein Sein ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนคนแรก นาง Aung San Suu Kyi พบประธานาธิบดีที่ Nay Pyi Taw และออกมากล่าวว่าจะพาพรรคเข้าสู่กระบวนการทางการเมือง  

2011 December – US Secretary of State Hillary Clinton เยือนพม่า พบนาง Aung San Suu Kyi และ ประธานาธิบดี Thein Sein เสนอพัฒนาความสัมพันธ์กับสหรัฐถ้ากระบวนการปฏิรูปประชาธิปไตยของพม่าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  

2012 – Aung San Suu Kyi และผู้สมัครของพรรค NLD ชนะเลือกตั้งซ่อมอย่างท่วมท้น รัฐบาลพม่ายกเลิกการปิดกั้นสื่อมวลชน EU เสนอเงินช่วยพม่าพัฒนาประเทศกว่า 100 ล้านดอลลาร์ US President Barack Obama เยือนพม่า ย้ำความสัมพันธ์กับการปฏิรูปประเทศของพม่า  

2013 – หนังสือพิมพ์เอกชนเปิดใหม่ 4 ฉบับเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี Thein Sein เยือน Washington President Obama ชื่นชนการพัฒนาการทางการเมืองและเศรษฐกิจของพม่า แต่ติงเรื่องการจัดการ Rohingya Muslims

เต็ง เส่ง ประธานาธิบดีที่มาจากพลเรือนคนแรก ปี. 2011

 2015 – Aung San Suu Kyi ชนะเลือกตั้ง ได้ที่นั่งในสภาเพียงพอที่จะจัดตั้งรัฐบาล  

2016 – Htin Kyaw ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เข้าสู่ยุคใหม่ของประชาธิปไตยพม่าหลังจากอยู่ภายใต้เผด็จการทหารกว่า 50 ปี NLD สถาปนาตำแหน่งที่ปรึกษาแห่งรัฐ (State Counsellor) ให้ Aung San Suu Kyi  

2017 – เกิดการอพยพของชนกลุ่มน้อย Rohingya เข้าสู่บังคลาเทศ หลังจากปฏิบัติการกวาดล้างตอบโต้การโจมตีตำรวจของชาว Rohingya  

2018 – Htin Kyaw ลาออก Win Myint คนสนิทของ Aung San Suu Kyi ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทน  

2018 – รายงานของ UN ระบุการกระทำของพม่าต่อชาว Rohingya เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ กล่าวหา Aung San Suu Kyi ว่าล้มเหลวในการป้องกันไม่ให้เกิดความรุนแรง

Htin Kyaw Win Myint

1 ความเห็น

ใส่ความเห็น